ดังนั้น อักษรภาษาญี่ปุ่นแบบสมบูรณ์ จึงประกอบด้วยระบบการเขียน 3 ระบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ ฮิรางานะ (hiragana), คาตาคานะ (katakana) และคันจิ (kanji)
สำหรับตัวอักษรฮิรางานะและคาตาคานะ แต่ละตัวจะแทน "หนึ่งพยางค์" เช่น mi, ne, ru, wo, pi เป็นต้น ไม่ได้เป็นตัวอักษรเดี่ยวแบบภาษาอังกฤษ โดยเสียงที่สามารถแยกเป็นตัวเดี่ยวจริง ๆ มีเพียงสระเท่านั้น ได้แก่ a, e, i, o, u
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการเขียนคานะ (kana) ซึ่งเป็นชื่อเรียกรวมของฮิรางานะและคาตาคานะ จะต้องเรียนรู้ลำดับการเขียนเส้นอย่างถูกต้อง (stroke order) เพราะตัวอักษรแต่ละตัวมีวิธีเขียนที่เป็นระบบและกำหนดไว้ชัดเจน ดังนั้นการมีตารางหรืออินโฟกราฟิกประกอบจะช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้น
ในส่วนของคันจิ (kanji) ซึ่งมีจำนวนหลายพันตัว การจำให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถใช้วิธีเชื่อมโยงกับสิ่งที่คุ้นเคย เช่น วัตถุ สัตว์ หรือภาพในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้สมองจดจำรูปและความหมายของสัญลักษณ์ได้ดีขึ้น
เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับตัวอักษรแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการฝึกเรื่อง เสียงและการออกเสียงของภาษา หากคุณเป็นแฟนอนิเมะ การดูการ์ตูนภาษาญี่ปุ่นแบบต้นฉบับจะช่วยให้คุ้นเคยกับการออกเสียงและจังหวะภาษาได้ดีขึ้นมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีระบบ และจัดการเวลาให้เหมาะสม เพราะหากเร่งเกินไปอาจทำให้รู้สึกท้อและเลิกเรียนกลางทางได้ง่าย