50 กริยาไม่ปกติ (Irregular Verbs) ภาษาอังกฤษที่ควรรู้

ลืมการฝึกไวยากรณ์แบบแห้งๆ ไปได้เลย นี่คือเส้นทางที่เร็วที่สุดสู่ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงทันทีที่เริ่มสนทนาจริง

ค่ำคืนแรกของคุณในต่างประเทศเริ่มต้นขึ้นแล้ว คุณกำลังนั่งล้อมวงกับเพื่อนใหม่จากทั่วโลก และมีคนหันมาถามว่า "So, what did you do today?" คุณอยากเล่าให้ฟังว่าคุณได้ไปสำรวจเมืองเก่าและหลงทางอย่างสิ้นเชิงตอนเดินกลับมา แต่จังหวะนั้นสมองกลับสะดุดกับเรื่องง่ายที่สุด: ควรพูดว่า “goed” หรือ “went” กันแน่?

ช่วงหยุดชะงักเพียงเสี้ยววินาทีแบบนี้ มักเป็นเส้นแบ่งระหว่างการมีส่วนร่วมในบทสนทนาอย่างต่อเนื่อง กับการหลุดออกจากจังหวะของการสนทนา และบ่อยครั้ง ผู้ที่ทำให้เราติดขัดก็มักเป็นกลุ่มเดิม ๆ นั่นคือกริยาไม่ปกติ (irregular verbs) ในภาษาอังกฤษ

ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องจำทั้งหมด แค่ไม่กี่คำที่สำคัญก็เพียงพอแล้ว เมื่อคุณเชี่ยวชาญกริยา 50 คำนี้ คุณจะสามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ครอบคลุมเกือบทั้งหมด รายการนี้คือทางลัดที่จะพาคุณไปถึงจุดนั้น
 

Irregular Verbs คืออะไร

กริยาภาษาอังกฤษส่วนใหญ่เป็นกริยาที่ใช้ได้ตามกฎอย่างเรียบร้อย คุณแค่เติม -ed ก็เสร็จแล้ว เช่น cook, cooked, cooked รูปเดียวกันใช้ทั้งในอดีตกาลธรรมดา (simple past) และรูปกริยาช่อง 3 (past participle) ไม่มีอะไรซับซ้อน

แต่กริยาไม่ปกติ (irregular verbs) ไม่ยอมทำตามกฎง่าย ๆ แบบนั้น รากคำของมันจะเปลี่ยนรูปไป ซึ่งมักเป็นการเปลี่ยนที่คุณแทบจะเดาไม่ได้จากรูปเดิมของคำกริยา เช่น go กลายเป็น went, see กลายเป็น saw, และ think กลายเป็น thought คุณจำเป็นต้องรู้รูปเหล่านี้เพื่อใช้สร้างประโยคอดีตได้อย่างถูกต้อง ทั้งในรูปอดีตกาลธรรมดา (simple past) และรูปกริยาช่อง 3 (past participle) และเนื่องจากไม่มีกฎตายตัวให้ยึดตาม จึงไม่มีทางลัดอื่นนอกจากต้องจดจำรูปเหล่านี้ให้ขึ้นใจ

แต่ไม่ต้องกังวล ด้านล่างนี้เราจะแสดงวิธีที่ช่วยให้การจดจำกริยาเหล่านี้ง่ายกว่าที่คุณคิดมาก

Irregular Verbs มีกี่คำ

กริยาไม่ปกติมีอยู่ทั้งหมดหลายร้อยคำ ฟังดูอาจจะเยอะมาก แต่ในภาษาอังกฤษที่ใช้กันจริงในชีวิตประจำวัน กริยากลุ่มเดิม ๆ ที่พบบ่อยจะถูกใช้ซ้ำอยู่เสมอ และนั่นก็คือคำที่เราได้รวบรวมไว้ให้คุณที่นี่: กริยาไม่ปกติ (irregular verbs) ที่ใช้บ่อยที่สุด 50 คำ พร้อมรูปอดีตกาลธรรมดา (simple past), รูปกริยาช่อง 3 (past participle) และความหมายของแต่ละคำ

รายการ: 50 คำกริยาไม่สม่ำเสมอที่พบได้บ่อยในมุมมองที่รวดเร็ว

เคล็ดลับสั้น ๆ: กริยาหลายคำมีรูปแบบที่คล้ายกัน เช่น bring, buy, think และ teach เมื่อเปลี่ยนเป็นอดีตหรือช่อง 3 จะมีรูปที่ลงท้ายด้วย -ought หรือ -aught
Infinitive Simple Past Past Participle แปลว่า
be was/were been to be (เป็น)
bear bore borne/born to carry/bear (แบก/เป็น)
beat beat beaten to beat (ตี/ชนะ)
become became become to become (กลายเป็น/กลายเป็น)
begin began begun to begin (เริ่ม)
bet bet bet เดิมพัน
bite bit bitten กัด
bleed bled bled เลือดออก
break broke broken หัก
bring brought brought นำ
buy brought brought ซื้อ
cast cast cast โยน/ขว้าง
catch caught caught จับเพื่อจับ
choose chose chosen เลือกเพื่อเลือก
come came come มาถึง
cost cost cost เสียค่าใช้จ่ายเพื่อ
cut cut cut ตัด
do did done ทำ
drink drank drunk ดื่ม
forget forgot forgotten ลืม
get got got/gotten ได้รับ
give gave gievn ให้
go went gone ไป
have had had มี
hear heard heard ได้ยิน
hit hit hit ตี
keep kept kept เก็บ
know knew known รู้
let let let ปล่อย
make made made ทำให้
read read read อ่าน
ring rang rung โทร
see saw seen เห็น
speak spoke spoken พูด
stick stuck stuck ติด
swim swam swum ว่ายน้ำ
take took taken นำ
teach taught taught สอน
tell told told บอก
think thought thought คิด
understand understood understood เข้าใจ
win won won ชนะ
write wrote written เขียน

5 เคล็ดลับเพื่อเรียนรู้กริยาไม่ปกติ (Irregular Verbs) ให้ได้ผลจริง

ตอนแรก รายการกริยาเหล่านี้อาจดูเหมือนภูเขาลูกใหญ่ที่ต้องปีน แต่ถ้าใช้วิธีที่ถูกต้อง มันจะกลายเป็นเพียงเนินเขาเล็ก ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ต่อไปนี้คือ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณจำกริยาไม่ปกติ (irregular verbs) ได้อย่างแม่นยำและยาวนาน

1. ใช้แฟลชการ์ดให้ได้ผลจริง

เขียนความหมายไว้ด้านหนึ่ง และเขียนรูป infinitive, simple past และ past participle ไว้อีกด้านหนึ่ง แค่การลงมือเขียนก็เริ่มช่วยให้คุณเรียนรู้แล้ว คุณจะได้ทบทวนรูปคำเหล่านั้นถึงสองรอบโดยแทบไม่รู้ตัว

2. ใช้สมาร์ตโฟนเป็นคู่หูในการเรียน

ด้วยแอปอย่าง Quizlet คุณสามารถสร้างชุดคำศัพท์ของตัวเอง หรือเลือกใช้ชุดคำศัพท์ที่ผู้ใช้คนอื่นสร้างไว้แล้วนับล้านชุด ข้อดีอย่างมากคือคุณสามารถเรียนได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบนรถไฟ ระหว่างต่อคิว หรือขณะรอเพื่อน เพราะโทรศัพท์ของคุณก็มักจะอยู่ในกระเป๋าอยู่แล้ว

3. ฟังเสียงของตัวเอง

ลองอัดเสียงตัวเองขณะอ่านกริยาเหล่านี้ลงในโทรศัพท์ จากนั้นเปิดฟังเมื่อไรก็ได้ เช่น ระหว่างเดินเล่น หรือก่อนนอน คำศัพท์จะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ความทรงจำอย่างเป็นธรรมชาติและไม่รู้สึกฝืน

4. ทบทวนสั้น ๆ แต่สม่ำเสมอ

อ่านทบทวนกริยาเหล่านี้สั้น ๆ ทุกเย็น แล้วในเช้าวันถัดไปลองเช็กดูว่าคุณจำได้กี่คำ การทบทวนบ่อย ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ให้ผลดีกว่าการนั่งท่องหนัก ๆ เพียงครั้งเดียวเสมอ

5. ใช้มันจริง ๆ ให้เร็วและบ่อยที่สุด

นี่คือเคล็ดลับที่สำคัญที่สุด ลองเขียนเรื่องสั้นภาษาอังกฤษที่ใช้กริยาเหล่านี้ให้มากที่สุด หรือดียิ่งกว่านั้นคือพูดออกมา เล่าให้ใครสักคนฟังเป็นภาษาอังกฤษว่าคุณทำอะไรในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และตั้งใจใช้คำอย่าง went, saw, had, thought ให้บ่อย ๆ

คำไหนที่คุณได้ใช้จริง คุณจะไม่ลืมมันง่าย ๆ

บทสนทนาจริงคือเคล็ดลับที่ดีที่สุด

นี่คือที่ที่ความลับที่แท้จริงซ่อนอยู่ คำที่คุณเห็นเพียงบนบัตรคำจะยังคงเป็นคำอยู่ คำที่คุณใช้ในบทสนทนาจริงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ นั่นคือเหตุผลที่คำกริยาไม่สม่ำเสมอจะติดทนนานที่สุดเมื่อคุณนำไปใช้ในที่ที่ภาษาอังกฤษเกิดขึ้นจริง

และนั่นคือแนวคิดทั้งหมดเบื้องหลังการเดินทางเรียนรู้ภาษาไปกับ SPRACHCAFFE ในตอนเช้าคุณจะได้เรียนไวยากรณ์กับครูผู้สอนที่มีคุณภาพ ในช่วงบ่ายคุณจะได้ใช้ภาษาโดยไม่รู้ตัว ขณะหัวเราะกับเพื่อนใหม่จากทั่วโลก สำรวจเมือง และเล่าเรื่องราวของวันของคุณ ภาษา ผู้คน และประสบการณ์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทันใดนั้นคุณก็พูดว่า "ฉันไปมาแล้ว" โดยอัตโนมัติ เพราะคุณได้ใช้มันไปแล้วสิบครั้งในวันนี้

รายการข้างต้นคือจุดเริ่มต้นของคุณ เรียนรู้คำกริยา 50 คำ เล่นกับเคล็ดลับต่างๆ ค้นหาวิธีที่เหมาะสมกับคุณ จากนั้นมีความกล้าที่จะพูดออกมาดังๆ

รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ภาษา และวัฒนธรรม