ตอนนี้คุณอาจสงสัยว่า English paradigm ในคำกริยาไม่ปกติ (irregular verbs) ถูกสร้างขึ้นอย่างไร แต่ความจริงก็คือ เนื่องจากลักษณะที่ "ไม่เป็นระเบียบ" ของมัน คำกริยาเหล่านี้จึงไม่ได้มีรูปแบบการผันที่เป็นกฎตายตัวเหมือนคำกริยาปกติ ซึ่งโดยทั่วไปจะเติม "-ed" ที่รูปพื้นฐานเพื่อสร้างรูปอดีตกาล (simple past) และ past participle
สำหรับคำกริยาไม่ปกติในภาษาอังกฤษ รูปอดีตกาลและ past participle จะไม่เป็นไปตามกฎใด ๆ ที่แน่นอน ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันแทบจะไม่มีรูปแบบร่วมกันเลย แต่ละคำกริยาจะมีรูปเฉพาะของตัวเองที่ต้อง ท่องจำเป็นรายคำ ซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะคำกริยาไม่ปกติหลายคำเป็นคำที่ใช้บ่อยมาก และจำเป็นต่อการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน
ตัวอย่างเช่น คำกริยา "to go" มีรูปดังนี้:
go → went → gone
ส่วนคำกริยา "to eat" มีรูปดังนี้:
eat → ate → eaten
และยังมีคำอื่น ๆ เช่น "to see", "to take", "to come" และอีกมากมาย
จะเห็นได้ว่าไม่มี "รูปแบบมาตรฐาน" ที่คำกริยาเหล่านี้ใช้ร่วมกัน ดังนั้น paradigm ของแต่ละคำจึงแทบจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม อย่างที่เราจะเห็นต่อไป มักจะมีรูปแบบบางอย่างที่คล้ายกันในคำกริยาบางกลุ่ม หรือคำกริยาที่มาจากรากเดียวกัน ซึ่งอาจมีลักษณะการเปลี่ยนรูปคล้ายกัน
แม้จะมีกรณีบางอย่างที่คล้ายกัน แต่โดยหลักแล้ว เนื่องจากรูปอดีตและ past participle ของคำกริยาไม่ปกติไม่มีรูปแบบตายตัว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ท่องจำทีละคำ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง